ฟุตบอล

ทีม ฟุตบอล อาร์เซน่อล คว้าโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้เป็นสมัยที่ 16 ในประวัติศาสตร์สโมสรและสูงสุดเป็นอันดับสองในเกาะอังกฤษหลังเอาชนะในการดวลฎีกากับ ลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นแชมป์ที่สองของ อาร์เตต้า หลังเพิ่งจะซิวถ้วยเอฟเอ คัพไปเมื่อ 28 วันที่แล้ว

เรียกได้ว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ขณะที่ทีม ฟุตบอล  “หงส์แดง” คงต้องรวบรวมสมาธิกลับมาให้ได้และมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไปวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจกัน

ฟุตบอล

1.มิสเตอร์เวมบลีย์เอาอีกแล้ว

ประตูสุดสวยของ โอบาเมยอง ในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลที่ยิงประตูในสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มากที่สุดเท่ากับ อเล็กซิส ซานเชซ (5 ประตู) โดยหัวหอกทีมชาติกาบองเพิ่งเหมสองประตูทั้งในรอบรองฯและรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 5 ประตูที่เขายิงได้มาในช่วง 42 วันหลังสุดนี้เอง

ปกติแล้ว โอบาเมยอง มักจะไม่ถูกกับการเจอ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นักเนื่องจาก 5 นัดที่ผ่านมาไม่มีชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดทั้งการยิงและแอสซิสต์เลย รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 266 นาที จนกระทั่งเกมนี้เจ้าตัวปลดล็อกยิงประตูแรกใส่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกม อาร์เตต้า ออกมาคอนเฟิร์มว่าใกล้ที่จะต่อสัญญาแล้ว ถือเป็นข่าวดีของสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จริงๆ

2.มินามิโนะเริ่มมา

ในที่สุด ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ยิงประตูแรกในการเล่นลีกฟุตบอลอังกฤษเสียทีหลังซัดประตูตีเสมอในเกมนี้ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นลงเล่นให้กับสโมสรมาทั้งหมด 15 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าแม้ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จแต่ไม่ค่อนประทับใจฟอร์มตัวเองเท่าไหร่นัก

ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ มินามิโนะ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากตอนดวลจุดโทษ เจ้าตัวซัดตรงกลางประตูด้วยความเยือกเย็นจริงๆ เดอะ ค็อป คงหวังว่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นจากกองกลางชาวญี่ปุ่นในฤดูกาลที่จะถึงนี้

3.มาร์ติเนซจะเป็นมือหนึ่ง?

ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ติเนซ เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า กำลังให้ความสนใจหลังจากนายด่านรายนี้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าหากเขาไม่ได้เป็นมือหนึ่งที่ “ปืนใหญ่” จะเดินออกจากสโมสรแน่นอน

นายทวารวัย 27 ปีก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งตั้งแต่ แบร์นด์ เลโน่ ได้รับบาดเจ็บยาวพร้อมกับทำผลงานน่าประทับใจจนช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้ว และเมื่อ เลโน่ กลับมาฟิตอีกครั้งเลยกลายเป็นคำถามว่า อาร์เตต้า จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซ ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังมีโชว์เซฟลูกยากๆถึง 3 ครั้งอีกด้วย ยิ่งทำให้กุนซือกดดันหนักทีเดียวในการเลือกนายด่าน ต้องรอดูกันว่าฤดูกาลนี้เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซน่อลต่อหรือไม่?

4.กลางสร้างสรรค์เกมไม่มี

ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทเกมนี้ด้วยกองกลางสามคน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ โดยในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พลาดลงสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสำรอง ผลที่เกิดขึ้นคือแดนกลางของลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก

มิดฟิลด์ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเกมรุกเลยทำให้สามประสานในแดนหน้ายิ่งเล่นยากมากขึ้น การขาด เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า เลยทำให้ไม่มีคนพาบอลขึ้นไปแดนหน้า คล็อปป์คงมองเห็นปัญหาแล้วว่าการสร้างสรรค์จากแดนกลางไม่ค่อยมี ไม่แปลกใจที่ ลิเวอร์พูล จะมีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิค รอดูกันว่าหงส์แดงจะมีมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาในทีมห่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่

5.บทเรียนเนโก

การขาด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในนัดนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลเสียหายต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก แผนการสร้างเกมรุกของ คล็อปป์ มักจะมาจากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแบ็กทั้งสองข้างจะต้องเติมขึ้นมีส่วนร่วมตลอด แต่เกมนี้มีค่อนข้างน้อยทีเดียว นักเตะดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีก 3 จาก 5 นัดหลังสุด ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก

เจ้าตัวดูจะเสียความมั่นใจตั้งแต่โดน โอบาเมยอง โยกหลอกและยิงประตูขึ้นนำ เขาเป็นนักเตะที่เสียการครอบครองบอลมากที่สุดในสนาม (3 ครั้ง) เขาเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (62.5%) คล็อปป์ จึงเลือกเปลี่ยนตัวเขาออกและนำ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทนหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและใช้ โจ โกเมซ​เล่นแบ็กขวาแทน อย่างไรก็ตามเจ้าหนูคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น ยังมีเวลาพัฒนาอยู่มาก หลังจากนี้ก็ต้องเก็บนัดนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองต่อไป

6.เจอเซียนดวลจุดโทษ

เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนี้ก็มีดราม่าเล็กๆเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมายิงถึง 3 ประตูใน 2 เกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งเขาลงสนามในนาทีสุดท้ายเพื่อหวังจะให้ทีมใช้ความคมของเจ้าหนูในการดวลจุดโทษ ทว่าเจ้าตัวดันเป็นคนเดียวที่พลาดจุดโทษทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอีกคนที่ได้รับบทเรียนจากเกมนี้

ในขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ถือเป็นเซียนเรื่องการดวลจุดโทษเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านพวกเขาชนะ 8 จากการดวลจุดโทษ 10 ครั้งหลังสุดและเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้แถมยิงทั้ง 5 คนไม่พลาดเลยด้วย

7.สนามนี้ของปืน

เว็บ ทางเข้าฮอลิเดย์ มือถือ บอกว่าช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชัยชนะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยมเท่าไหร่นัก หลังจากชนะแค่เกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุด (ถ้าไม่นับเกมลีก) หมายความว่านับตั้งแต่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศปี 2012 พวกเขาก็ยังไม่ชนะที่ เวมบลีย์ อีกเลย

ในทางกลับกันหากจะเรียกสนามนี้ว่าเป็นรังเหย้าที่สองของ อาร์เซน่อล ก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาชนะ 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่นี่ โดยครั้งสุดท้ายที่ “ปืนใหญ่” พ่ายแพ้ที่เวมบลีย์ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศกับ เบอร์มิ่งแฮม