อนาคตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในการนั่งกุมบังเหียนที่ทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มสั่นคลอนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ทัพ “ปีศาจแดง” ทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงต้นฤดูกาล 2020/2021 โดยพวกเขาแพ้ไปแล้ว 2 เกมจาก 3 แมตช์ที่ลงสนาม ที่สำคัญยังเป็นการพ่ายยับคาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมกับฟอร์มที่ไม่ดีเอาซะเลย

    “น้าลูกอม” เหมือนโดนฟ้ากลั่นแกล้งเพราะผลงานที่ว่าย่ำแย่ในเวลานี้ แถมยังมาโดนโปรแกรมที่แสนโหดเหลือเกิน เพราะหลังจากที่หมดช่วงพักเบรกทีม ฟุตบอล ชาติ ทัพ “ปีศาจแดง” มีคิวต้องลงเล่นในแมตช์ที่ต้องบอกว่าสุดหิน เนื่องจากแต่ละทีมที่จะเจอออกไปทางแกร่งเลยทีเดียว

ฟุตบอล

จากผลงานในเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 ตามด้วยการโดน “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ต้อนยับ 1-6 ทำให้ขาเก้าอี้ของ โซลชา เริ่มออกอาการโคลงเคลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “เร้ด เดวิลส์” เริ่มมีกระแสข่าวลือเรื่องการทาบทาม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กับ มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เข้ามารับเผือกร้อนแทน

การที่มีรายงานว่าบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามติดต่อ 2 กุนซือชั้นยอดที่ยังว่างงานในเวลานี้ เพราะพวกเขาดูเหมือนจะพยายามเตรียมแผนสำรอง เนื่องจาก “ปีศาจแดง” กำลังมีโปรแกรมที่น่าเป็นห่วงมาก 7 แมตช์ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของ โซลชา ก็ว่าได้

สำหรับโปรแกรม 7 พิฆาตผ่าอนาคต “น้าลูกอม” ว่าจะอยู่หรือไป โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงสัปดาห์นี้เมื่อพวกเขาต้องเดินทางไปเยือน “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สนามเซนต์ เจมส์ พารค์ ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ โดยการที่แมตช์นี้ยังคงต้องเล่นแบบไม่มีกองเชียร์ อาจจะทำให้นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ขาดแรงกระตุ้น และความมั่นใจไปบ้าง

หลังจากจากนั้นก็ต้องเดินทางไปยังกรุงปารีส เพื่อปะทะกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งตอนนี้ต้องยอมรับว่า “เปแอสเช” เป็นทีมที่แข็งแกร่ง แมนฯ ยูฯ และคงทำให้ ยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องเจอกับงานสุดหินในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม  เอช

แม้ว่าหลังจากไปเยือนเมืองหลวงดินแดนน้ำหอมแล้ว พวกเขาจะกลับมาเฝ้า “โรงละครแห่งความฝัน” ในเกมพรีเมียร์ลีก แมตช์ต่อไปก็ตาม แต่คู่แข่งดันเป็น “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่อุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าระดับพระกาฬแถมฟอร์มกำลังดีวันดีคืน งานนี้คงทำให้ โซลชา ต้องเตรียมทีมให้ดี ไม่งั้นอาจจะเกิดโศกนาฎกรรมคาบ้านแบบย่อยยับเหมือนตอนที่รับมือ สเปอร์ส

โปรแกรมต่อไปคือการไปพบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรที่ฟอร์มแรงมากๆ และได้เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องวางแผนมาให้รัดกุม แต่อย่างน้อยๆ การเล่นในบ้านน่าจะทำให้พวกเขาพอจะอุ่นใจได้บ้าง

หลังจากรับมือกับ ไลป์ซิก แล้ว โซลชา ยังต้องเจอกับงานสุดหินอีกแมตช์เมื่อต้องดวลกับ อาร์เซน่อล ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แน่นอนว่าตอนนี้ “เดอะ กันเนอร์ส” ภายใต้การกุมบังเหียนของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ แถมยังได้แชมป์มาแล้ว 2 รายการ (เอฟเอ คัพ กับ คอมมิวนิตี้ ชิลด์) ทำให้พวกเขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ที่สำคัญผลงานในลีกช่วงต้นซีซั่นก็ดูดีมีอนาคต

ฟอร์มของ อาร์เซน่อล ในเกมลีกค่อนข้างดีเลยทีเดียว เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 เกมจาก 4 แมตช์ โดยเกมที่แพ้ก็เกิดขึ้นในการปะทะกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า ที่สนามแอนฟิลด์ ที่สำคัญฟอร์มในแมตช์นั้น “เดอะ กันเนอร์ส” เล่นได้ดีเยี่ยม แต่สู้ความเฉียบของเจ้าบ้านไม่ได้เท่านั้นเอง

หลังจากจบเกมรับมือ “ไอ้ปืนใหญ่” แล้ว โซลชา แทบไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอะไรมากนัก เนื่องจากเขาจะต้องนำลูกทีมบินทะยานฟ้าไปยังประเทศตุรกี เพื่อพบกับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ซึ่งเป็นสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกดินแดนไก่งวง ซีซั่นที่ผ่านมา ฉะนั้นนี่ไม่ใช่งานง่ายๆ สำหรับ แมนฯ ยูฯ ที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตุรกีเป็นดินแดนที่สร้างปัญหาให้กับทัพ “ผีแดง” อยู่บ่อยๆ ซะด้วย

นอกจากนี้ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ยังมีนักเตะหลายคนที่ผ่านการเล่นในพรีเมียร์ลีก อย่างเช่น เดมบา บา, นาเซอร์ ชาดลี่, มาร์ติน สเคอร์เทล และ ราฟาเอล ดา ซิลวา ซึ่งแน่นอนว่านักเตะเหล่านี้ย่อมมีประสบการณ์ในการเจอกับ แมนฯ ยูฯ มาแล้ว และน่าจะมีประโยชน์เมื่อต้องสู้กับพวกเขาอีกครั้ง

ตบท้ายแมตช์ที่สำคัญมากๆ ซึ่งไม่รู้ว่า โซลชา จะยังได้นั่งอยู่ในเก้าอี้กุนซือ “ปีศาจแดง” หรือไม่ แต่หากยังอยู่เกมนี้ถือว่าสุดหินจริงๆ เพราะทีมจะต้องไปเยือน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงเก็บชัยชนะ 4 เกมรวดในลีก รั้งตำแหน่งจ่าฝูงในเวลานี้

เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ เล่นได้อย่างดุดันในเกมรุก และรัดกุมในเกมรับ ฉะนั้นนี่ถือเป็นงานที่เปรียบเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขาสำหรับ โซลชา จริงๆ และเขาต้องพยายามวางแผนให้ดีที่สุดในการสู้กับกึ๋นของ “คาร์เล็ตโต้”

เว็บ viva9988 ทาง เข้า บอกว่าแน่นอนว่า หลังเกมพักเบรกทีมชาติ หาก โซลชา สามารถนำทีมทำผลงานได้ดีพร้อมกับโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น ก็ถือว่าเหมาะสมที่จะได้อยู่ยื้ออนาคตกับต้นสังกัดต่อไป

แต่หากเจ้าตัวทำไม่ได้ คงต้องมาลุ้นกันว่าบอร์ดบริหารจะยอมอดทนและให้โอกาสเขาอีกต่อไปไหน เพราะการที่จะปลุกปีศาจต้องใช้ปีศาจ อาจจะไม่ใช่คำตอบ (อีกต่อไป) !!!??!! ว่าซั่น……

Tags :

ผมยังจำอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามารักษาการแทนตำแหน่งผู้จัดการทีม ฟุตบอล ปีศาจแดงแทน โชเซ่ มูรินโญ่ ได้อย่างแม่นยำแมนฯ ยูไนเต็ด จากการทำงานของกุนซือสายพันธุ์ไวกิ้งผู้นี้กะซวกชัยชนะ 8 เกมติดต่อกัน ผ่าน 11 เกมแรก

ด้วยชัยชนะถึง 10 นัด และรวมถึงค่ำคืนแห่งความบ้าคลั่งที่กรุงปารีสคืนนั้นด้วย เสียงเพลงเชียร์ Ole at the wheels และ You are my Solskjaer ยังดังกระหึ่มอยู่ในโสตประสาท แฟน ฟุตบอล ปีศาจแดงหน้าโรงละครแห่งความฝันให้สัมภาษณ์สื่อ โดยฝากถึงเบื้องบนของทีมตัวเองว่าถ้าพวกมึงไม่แต่งตั้งเขาเป็นการถาวร พวกกูจะบุกไปเผาบ้านของ เอ็ด วู๊ดเวิร์ด ด้วยความกระชุ่ม & กระชวยในหัวใจจึงแอบคิดว่าในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เจอคนที่ใช่จนได้

ฟุตบอล

เขาไม่ใช่ทายาทอสูรที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้บรรจงเลือกด้วยตัวเองอย่าง เดวิด มอยส์ ไม่ใช่กุนซือระดับปรมาจารย์ลูกหนังอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล และไม่ใช่กุนซือผู้เป็นเครื่องหมายแห่งความสำเร็จอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่

 

ในอีกสถานะหนึ่งของผมที่เป็นคอลัมนิสต์ลูกหนัง ผมอยากให้คุณน้าลูกอมแกคุมทีมในฐานะกุนซือรักษาการแทนไปจบฤดูกาลเสียก่อนแล้วค่อยพิจารณาใหม่อีกครั้งด้วย เกรงว่ามันอาจจะเป็นภาพลวงตาที่เคาะหมาให้กะลาดีใจ เหตุเพราะผู้จัดการทีมคนใหม่มักจะทำผลงานในช่วงแรกได้ร้อนแรงแบบนี้แหละ

ปรากฏว่าหน่วยเหนือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดันด่วนใจร้อนรีบสถาปนา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นผู้จัดการทีมแบบถาวรในเดือนมีนาคม 2019 แล้วสถานการณ์ก็พลิกผันอย่างฉับพลัน !!!

นับตั้งแต่ได้คุมทีมแบบถาวร แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่น 10 เกมสุดท้ายของฤดูกาล 2018-19 โดยประสบชัยชนะเพียงแค่ 2 นัด และเสียหลักพุ่งชนความปราชัยไปถึง 6 นัด บางทีฟุตบอลมันก็ไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

คิดง่ายๆ ครับ หากเบื้องบนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ใจร้อนแล้วปลด “เฟอร์กี้” ออกจากตำแหน่งตั้งแต่ก่อนจะได้แชมป์แรกในปี 1990 ประวัติศาสตร์อาจเปลี่ยนไปในอีกรูปแบบ แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นมหาอำนาจลูกหนังอังกฤษได้อย่างยาวนานเหมือนที่มันเกิดขึ้นหรือเปล่า ???

ในช่วงแรกๆ ที่กุนซือชาวสก๊อตแลนด์คุมทีมใหม่ๆ ผลงานของปีศาจแดงก็กระท่อนกระแท่นแบบนี้แหละครับ สิ่งที่แตกต่างคือตอนโน้นไม่มีถ่ายทอดสดทุกนัด ไม่มีโลกโซเชี่ยลเหมือนในยุคปัจจุบัน แฟนบอลส่วนใหญ่ในโลกไม่เห็นฟอร์มการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างชัดเจนและเป็นประจำสักเท่าไหร่

แต่อย่างน้อย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังมีรูปแบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ คือเน้นเกมรุกบุกแหลกตามฉายา “ปีศาจแดง” ที่ได้รับมาจากวิธีการเล่นของตัวเองตอนที่ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการทีม

อนึ่ง ฉายา “ปีศาจแดง” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด มิได้มาจากตราสโมสรเหมือนทีมอื่นๆ มันถูกออกแบบจากฉายาที่ตัวเองได้รับในยุค 50’s ซึ่งตอนโน้นสโมสรในอังกฤษยังไม่มีตราสโมสรบนหน้าอกเสื้อ – เรื่องนี้เล่าให้อ่านกันไปหลายรอบแล้ว

ความน่าเชื่อถือเกิดจากเกียรติประวัติในการทำงาน อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เสกให้ อเบอร์ดีน เป็นทีมสุดท้ายที่นอกเหนือจาก เซลติก กับ เรนเจอร์ส ที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ สก๊อตแลนด์ ซึ่งนับตั้งแต่บัดนั้นยันบัดเดี๋ยวนี้ยังไม่เคยมีทีมใดทำได้ แถมยังอหังการถึงขั้นคว้าแชมป์ยุโรปอย่าง คัพ วินเนอร์ส คัพ ด้วยการเอาล้มยักษ์อย่าง เรอัล มาดริด

แล้วไหนจะสไตล์ในการทำงานที่เคร่งครัดและมากด้วยระเบียบวินัย ล้มล้างระบอบเก่าๆ ที่อุดมด้วยดาวเตะขี้เมา โดยต้องการสร้างทีมเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว แตกต่างจากกุนซือรับจ้างโดยทั่วไป

เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็สับตีนมาที่ แอนฟิลด์ พร้อมความน่าเชื่อถือที่สูงมาก ความน่าเชื่อถือนั้นมาจากเกียรติประวัติสมัยคุม ดอร์ทมุนด์ โค่นอำนาจของ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นั่นแหละ ที่สำคัญคือสไตล์การเล่นที่ชัดเจนตั้งแต่แรก เขาจึงได้รับ ‘เวลา’ มากมายจาก ลิเวอร์พูล

แล้วเกียรติประวัติของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในฐานะกุนซือล่ะ ???

คุมทีมสำรองของ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสำรอง แล้วไปเพิ่มบารมีให้ตัวเองด้วยการพา โมลด์ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ นอร์เวย เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ที่สำคัญกว่าคือการเป็นดาวเตะระดับตำนานคนหนึ่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคเรืองอำนาจที่ประสบความสำเร็จทุกรูปแบบ เขาเป็นคนซัลโวประตูชัยช่วยให้ปีศาจแดงคว้าทริปเปิ้ลแชมป์

สิ่งที่แฟนบอลต้องการอันดับแรก คือดึงดีเอ็นเอของปีศาจแดงกลับคืนมา ส่วนผลงานว่ากันทีหลัง แน่นอนว่าสิ่งที่เขาต้องการคือ “เวลา” เวลาในการดึงความเป็นปีศาจแดงกลับมาพลางสร้างทีมใหม่ ถึงตอนนี้ก็แค่ปีกว่าๆ เองนะครับนับตั้งแต่คุมทีมวันแรก

แต่ล่าสุดนักเตะที่เป็นเป้าหมายสำหรับการสร้างทีมใหม่กลับไม่ได้รับอนุเคราะห์จากการทำงานที่ห่วยแตกของเบื้องบนซะอย่างนั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการปีกขวาอย่าง เจดอน ซานโช่ เช่นเดียวกับที่ต้องการปราการหลังระดับโลกสักคน เพื่อเป็นพื้นฐานในเกมรับที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ ผ่านไป 3 ตลาด สามารถบอกได้ไหมว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ยังไม่ได้การสนับสนุนที่ดีเพียงพอจากเบื้องบน ???

จนป่านนี้แล้ว ผู้เป็นกุนซือยังสร้าง “ตัวตน” ให้ปีศาจแดงไม่ได้เลยนะครับ เพราะด้วยรูปแบบการเล่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะไม่มีความเป็นปีศาจแดงแล้ว ผมไม่คิดว่ามันจะใช่รูปแบบที่จะนำพามาซึ่งความสำเร็จ โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีกับอีก 10 เดือนที่ผ่านมา มันมีทั้งช่วงที่ดีและแย่สลับกันไป

คำถามคือมันมีอยู่ 2 ช่วงที่ผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาไฉไลมากๆ คือช่วงแรก และช่วงปลายฤดูกาลก่อน แล้วทำไม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถึงไม่สามารถรักษาความยอดเยี่ยมของทีมตัวเองเอาไว้ ทั้งที่ตัวผู้เล่นก็ชุดเดียวกัน

หากซอยเวลาในการคุมทีมที่ผ่านจนถึงตอนนี้ของคุณพี่เขาออกเป็น 4 ช่วง คุณจะพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีช่วงเวลาที่ดี แย่ ดี และแย่ สลับกันไป 4 ช่วง ขึ้น ลง ขึ้น ลง อันแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอของตัวเองเอาไว้ได้

กระนั้นผมไม่เชื่อนะครับว่าการเปลี่ยนกุนซือตอนนี้ หรือในระหว่างฤดูกาลนี้คือสิ่งที่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อยังไม่เจอใครที่คิดว่าเหมาะสมจริงๆ ในเมื่อจังหวะและเวลาในการเปลี่ยนแปลงมันยังไม่ได้…ก็ควรจะต้องรอต่อไปก่อน

ยกตัวอย่าง เต็งหนึ่งกุนซือปีศาจแดงอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เขาอาจช่วยให้ผลงานของปีศาจแดงกระเตื้องขึ้นด้วยรูปแบบการเล่นที่มีความเป็นปีศาจแดงมากขึ้น แต่ก็คงไม่เจ๋งถึงขนาดเสกความสำเร็จให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างรวดเร็วหรอก

ผลสุดท้ายอาจเข้าอีหรอบเดิม กุนซือใหม่มาพร้อมความคึกคัก หน่วยเหนือซื้อนักเตะที่ต้องการมาปรนเปรอ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดอันดับท๊อปโฟร์ หน่วยเหนือไม่ตอบสนองความต้องการของกุนซือที่อยากได้ผู้เล่นใหม่มาเสริม ผลงานตกต่ำ ผู้จัดการทีมโดนปลดจากตำแหน่ง แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เหมือนเดิม

นี่คือวงจรของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา

เว็บ viva9988 ทาง เข้า บอกว่าผมเห็นด้วยนะครับว่าสิ่งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการอย่างยิ่งยวดคือ “เวลา” และผมก็เชื่อมั่นด้วยว่าเขาจะได้มันจากคนบนเล่าเต๊งที่โรงละครแห่งความฝัน โทษฐานที่เป็นคนว่านอนสอนง่าย อยู่ในโอวาท แลไม่รู้จักกระด้างกระเดื่อง

เขาน่าจะได้เวลาที่ตัวเองต้องการไปเรื่อยๆ ครับ ชมรมคนรักคุณน้าโอเล่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้

Tags :

ข่าวทีม ฟุตบอล ของสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะตกอยู่ในอาการอยากกระโดดเตะหน้าคนอย่างจงหนักแล้ว ขอบตาของผมยังร้อนผะผ่าวอีกต่างหาก หลังจากเห็นฟอร์มการเล่นของนักเตะลิเวอร์พูลคนหนึ่ง

ทีม ฟุตบอล ติอาโก้ อัลคันทาร่ามีเหตุผลหลายข้อที่บอกว่าทำไม ดาวเตะวัย 29 กะรัตผู้นี้ถึงเลือกที่จะเดินทางมาสวมเครื่องนุ่งห่มหงส์แดงแทนที่จะเป็นสโมสรระดับพญายักษ์ทีมอื่นในพรีเมียร์ลีก

ฟุตบอล

    1. ความท้าทายใหม่

อันที่จริงหากมองหาหรือต้องการความท้าทายใหม่ๆ ก็ควรจะเลือกมาสวมเครื่องแบบปีศาจแดงนะครับ รับรองว่า “ท้าทาย” อย่างสุดฤทธิ์เป็นแน่ แต่การเลื้อยตูดมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เพื่อปฏิบัติภารกิจป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกพลางไล่ล่าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 ก็ถือว่าท้าทายมิใช่น้อย

    2. ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก

นอกจากจะเป็นฟุตบอลลีกที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด นาทีนี้ “พรีเมียร์ลีก” ของอังกฤษ คือสมรภูมิแข้งที่อุดมด้วยนักเตะและกุนซือระดับดาวดังมากที่สุดในโลกและดาวอังคาร ดังนั้นนักเตะระดับ “มหาดารา” ทุกคนควรมาค้าแข้งครั้งหนึ่งในชีวิต

    3. โอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง

ปกติตอนไม่มี “ติอาโก้” ลิเวอร์พูล ก็เป็นทีมตัวเต็งที่มีโอกาสป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกค่อนข้างสูงอยู่แล้ว การมาของเขายิ่งทำให้โอกาสป้องกันแชมป์ของหงส์แดงมีสูงมากยิ่งขึ้นไปอีก ผิดกับการย้ายไปทีมอื่นทีชะรอยว่าน่าจะระทมกบาลเสียเปล่าๆ

    4. ลิเวอร์พูล กับ บาเยิร์น มิวนิค มีสไตล์การเล่นฟุตบอลแบบ “เฮฟวี่ เมทั่ล” เหมือนกัน

แบบนี้ไม่จำเป็นต้องปรับสไตล์การเล่นให้เข้ากับระบบการเล่นของทีมใหม่

พูดง่ายๆ ว่าไม่ต้องลอง ใช้ได้เลย

    5. เจอร์เก้น คล็อปป์

ถ้าเป็น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เจ้าตัวอาจจะคิดหนักถึงขั้นบอกกับ “เอเย่นต์” ของตัวเองว่า “ผมไม่ชอบสภาพอากาศแบบอังกฤษ” เหตุเพราะคนเก่งย่อมอยากอยู่กับคนเก่งเหมือนกันเป็นเรื่องธรรมดา !!!

ว่าแล้วก็ขอแสดงความยินดีกับ “เด็กหงส์” ทุกหมู่เหล่าอีกครั้งที่ ลิเวอร์พูล ได้ดาวเตะระดับนี้มาเป็นมิดฟิลด์ตัวใหม่

ติอาโก้ อัลคันทาร่า เดินทางมาถึงเมืองที่เคยค้นพบหนูยักษ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี่เองนะครับ

When Saturday Come ก็ลงฝึกซ้อมเบาๆ กับเพื่อนร่วมทีมใหม่ทันที

วันอาทิตย์ลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งหลังที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนพลพรรคเครื่องจักรสีแดงผู้อหังการจะกลับออกมาจากที่นั่นพร้อมชัยชนะอย่างสวยสดงดงาม

และต่อไปคือสถิติอันมหัศจรรย์ของดาวเตะผู้นี้

– ทำลายสถิติ “ผ่านบอล” ภายในเวลา 45 นาที มากที่สุดของพรีเมียร์ลีก

– ทำสถิติ “ผ่านบอลสำเร็จ” มากกว่าผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ทุกคนในเกม

– ทำสถิติ “ผ่านบอลสำเร็จ” เป็นจำนวน 75 ครั้ง มากกว่าผู้เล่นทุกคนของ เชลซี

สารภาพว่าผู้ชมทางบ้านอย่างผม ซึ่งจัดอยู่ในประเภท “เด็กผี” แบบสุดลิ่มทิ่มถูรูดูดาวเตะสายพันธุ์แซมบ้าผู้นี้ลงเล่นบนลานจอดหญ้าแล้วก็รู้สึกเพลิดเพลินจำเริญใจดีนักแล ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่ๆ พลางคิดว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงปล่อยให้ดาวเตะที่คุณภาพคับตูดแบบนี้ไปอยู่กับคู่แค้นอย่าง ลิเวอร์พูล

อย่างที่เคยเรียนไปหลายครั้งแล้วนั่นแหละครับ ติอาโก้ อัลคันทาร่า เป็นนักเตะที่ยึดวิธีการเล่นแบบง่ายๆ เป็นสไตล์ – ไม่หวือหวาหมาเห่าอะไร ไม่เลี้ยง ไม่กระชาก ไม่โยกและคลึง ไม่สับขาหลอก ไม่ฝืน ไม่ดื้อ ไม่เล่นเพื่อตัวเองด้วยกลัวชาวบ้านจะไม่รู้ว่า “กูเก่งนะโว้ย”

ตำแหน่งการเล่นของเขาในระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 หรือ 4-1-4-1 หรือ 4-1-2-1-2 (4-4-2 แบบไดมอนด์) หรือระบบไหนๆ คือมิดฟิลด์ตัวกลาง – มิดฟิลด์ตัวรับ มิดฟิลด์ตัว “โฮลด์บอล” หรือมิดฟิลด์ตัวที่ศัพท์ใหม่ในโลกลูกหนังเรียกว่า “ดีพ ไลอิ้ง เพลย์เมคเกอร์” (Deep Lying Playmaker)

โดยตำแหน่งในผังการเล่นเหมือน “มิดฟิลด์ตัวรับ” แต่ไม่ใช่ตัวรับที่มีสไตล์การเล่นแบบบู๊ล้างผลาญ – ใช้สมองมากกว่าใช้พละกำลัง อาศัยการอ่านเกมแล้วดักสกัดหรือตัดบอล โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งพล่านเป็นหนูติดจั่น เพื่อไล่ล่าพลางพุ่งเข้าเสียบสกัดแล้วอัดกระหน่ำใส่คู่แข่งด้วยความหนักหน่วงรุนแรง

พี่แกจะรู้ว่าจังหวะไหนควรจะเล่นแบบไหน จ่ายบอลสั้นๆ วางยาว สวิตช์บอลเปลี่ยนแกนหรือข้ามฝาก จ่ายบอลออกข้างๆ หรือคืนหลังไปตั้งกันใหม่

ว่าแล้วลองนึกถึงสไตล์การเล่นของ ปอล ป็อกบา ดูนะครับ

ทำไมมันช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 55555

เท่าที่สังเกตจากเกมแรกที่ลงสนาม ผู้ชมทางบ้านอย่างผมพบว่า ติอาโก้ จะยืนต่ำสุดในแผนกมิดฟิลด์คอยเชื่อมเกมจากแดนหลังไปแดนหน้าด้วยการเล่นจังหวะเดียว หรือ 2 จังหวะ แล้วขยับหาที่ว่าง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยจะไม่ฝืนเล่นท่ายาก หากไม่จำเป็น

บางจังหวะกำลังต่อบอลทำชิ่งกับเพื่อนร่วมทีมอยู่ดีๆ

ฉับพลันก็เปลี่ยนจังหวะการเล่นด้วยการวางยาวทะแยงมุมให้เพื่อนร่วมทีม หลุดไปตรงพื้นที่ว่างริมเส้นซะอย่างนั้น

คุณภาพการจ่ายบอลก็แม่นยำ แถมเอาตัวรอดเก่งเวลาโดนบีบ ผลคือไม่เสียบอล และไม่ทำบอลเสียง่ายๆ สามารถสร้างพื้นที่ว่างในการเล่นให้ทีมตลอดเวลา

แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความไหลลื่นของเกมที่หมุนเวียนไปตลอดบนความ…สะ-มะ-ดุลย์

นั่นคือเหตุผลที่บอกว่าทำไม ติอาโก้ อัลคันทาร่า ถึงเป็นผู้เล่นที่มีสถิติผ่านบอลมากที่สุด เช่นเดียวกับผ่านบอลสำเร็จมากที่สุดในเกมเมื่อวันอาทิตย์

หลังการศึกที่ เดอะ บริดจ์ – เจอร์เก้น คล็อปป์ พูดถึงลูกทีมคนใหม่ว่า..

“ผมชอบในสิ่งที่เขาแสดงออกมาอย่างแรง การเล่นเกมรับไม่ใช่เรื่องยุ่งยากสำหรับเขา แต่การสร้างสรรค์จังหวะในเกมรุก นั่นแหละตัวเขา – เขาต้องการผ่านบอลตลอดเวลา”

ดังฉะนั้นการมาของดาวเตะทีมชาติสเปนผู้นี้จึงช่วยให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถจัดตัวผู้เล่นและติดตั้งระบบได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

นอกจากผู้มาใหม่จากถ้ำเสือ – ลิเวอร์พูล ยังผู้เล่นในแผนกมิดฟิลด์ตัวกลางให้เลือกใช้อีกถึง 6 คน ประกอบด้วย ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์ และอเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน

วิธีที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในระบบ 4-3-3 คือวาง “ติอาโก้” เป็นจุดศูนย์กลาง ขนาบข้างขวาและซ้ายด้วย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม หรือ นาบี เกอิต้า หากเสียดายความสามารถในการเล่นเกมรับของ ฟาบินโญ่ ก็ให้ขยับดาวเตะบราซิเลี่ยนผู้นี้ลงไปยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

เว็บ ทางเข้าฮอลิเดย์ มือถือ บอกว่าหรือจะปรับระบบการเล่นเป็น 4-2-3-1 โดยให้ ติอาโก้ อัลคันท่าร่า เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ ฟาบินโญ่ หรือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ผิดกติกา พลางขยับ นาบี เกอิต้า หรือ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ขึ้นไปสวมบท “หน้าต่ำ” คอยทะลุทะลวงอยู่หลัง 3 ประสานในแนวรุกก็ไม่เลว

ด้วยความเป็นนักเตะที่เล่นง่าย – ง่ายเสียจนดูเหมือนไม่มีความสามารถพิเศษอะไร นั่นจึงทำให้ผมนึกถึงคำพูดอันคลาสสิกตลอดกาลวลีหนึ่ง ซึ่งอดีตดาวเตะเทวดาผู้ล่วงลับอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ เคยทำหล่นเอาไว้”Playing football is very simple, but playing simple football is the hardest thing there is.”

“การเล่นฟุตบอลเป็นเรื่องง่ายๆ แต่การเล่นฟุตบอลง่ายๆ นี่แหละ คือสิ่งที่ยากที่สุด”นั่นหมายความว่าสิ่งที่ดาวเตะธรรมดาๆ ผู้นี้แสดงออกมาในทุกนัด คือสิ่งที่ยากที่สุดในเกมฟาดแข้ง

Tags :

ทีม ฟุตบอล อาร์เซน่อล คว้าโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้เป็นสมัยที่ 16 ในประวัติศาสตร์สโมสรและสูงสุดเป็นอันดับสองในเกาะอังกฤษหลังเอาชนะในการดวลฎีกากับ ลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นแชมป์ที่สองของ อาร์เตต้า หลังเพิ่งจะซิวถ้วยเอฟเอ คัพไปเมื่อ 28 วันที่แล้ว

เรียกได้ว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ขณะที่ทีม ฟุตบอล  “หงส์แดง” คงต้องรวบรวมสมาธิกลับมาให้ได้และมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไปวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจกัน

ฟุตบอล

1.มิสเตอร์เวมบลีย์เอาอีกแล้ว

ประตูสุดสวยของ โอบาเมยอง ในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลที่ยิงประตูในสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มากที่สุดเท่ากับ อเล็กซิส ซานเชซ (5 ประตู) โดยหัวหอกทีมชาติกาบองเพิ่งเหมสองประตูทั้งในรอบรองฯและรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 5 ประตูที่เขายิงได้มาในช่วง 42 วันหลังสุดนี้เอง

ปกติแล้ว โอบาเมยอง มักจะไม่ถูกกับการเจอ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นักเนื่องจาก 5 นัดที่ผ่านมาไม่มีชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดทั้งการยิงและแอสซิสต์เลย รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 266 นาที จนกระทั่งเกมนี้เจ้าตัวปลดล็อกยิงประตูแรกใส่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกม อาร์เตต้า ออกมาคอนเฟิร์มว่าใกล้ที่จะต่อสัญญาแล้ว ถือเป็นข่าวดีของสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จริงๆ

2.มินามิโนะเริ่มมา

ในที่สุด ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ยิงประตูแรกในการเล่นลีกฟุตบอลอังกฤษเสียทีหลังซัดประตูตีเสมอในเกมนี้ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นลงเล่นให้กับสโมสรมาทั้งหมด 15 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าแม้ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จแต่ไม่ค่อนประทับใจฟอร์มตัวเองเท่าไหร่นัก

ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ มินามิโนะ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากตอนดวลจุดโทษ เจ้าตัวซัดตรงกลางประตูด้วยความเยือกเย็นจริงๆ เดอะ ค็อป คงหวังว่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นจากกองกลางชาวญี่ปุ่นในฤดูกาลที่จะถึงนี้

3.มาร์ติเนซจะเป็นมือหนึ่ง?

ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ติเนซ เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า กำลังให้ความสนใจหลังจากนายด่านรายนี้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าหากเขาไม่ได้เป็นมือหนึ่งที่ “ปืนใหญ่” จะเดินออกจากสโมสรแน่นอน

นายทวารวัย 27 ปีก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งตั้งแต่ แบร์นด์ เลโน่ ได้รับบาดเจ็บยาวพร้อมกับทำผลงานน่าประทับใจจนช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้ว และเมื่อ เลโน่ กลับมาฟิตอีกครั้งเลยกลายเป็นคำถามว่า อาร์เตต้า จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซ ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังมีโชว์เซฟลูกยากๆถึง 3 ครั้งอีกด้วย ยิ่งทำให้กุนซือกดดันหนักทีเดียวในการเลือกนายด่าน ต้องรอดูกันว่าฤดูกาลนี้เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซน่อลต่อหรือไม่?

4.กลางสร้างสรรค์เกมไม่มี

ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทเกมนี้ด้วยกองกลางสามคน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ โดยในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พลาดลงสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสำรอง ผลที่เกิดขึ้นคือแดนกลางของลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก

มิดฟิลด์ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเกมรุกเลยทำให้สามประสานในแดนหน้ายิ่งเล่นยากมากขึ้น การขาด เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า เลยทำให้ไม่มีคนพาบอลขึ้นไปแดนหน้า คล็อปป์คงมองเห็นปัญหาแล้วว่าการสร้างสรรค์จากแดนกลางไม่ค่อยมี ไม่แปลกใจที่ ลิเวอร์พูล จะมีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิค รอดูกันว่าหงส์แดงจะมีมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาในทีมห่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่

5.บทเรียนเนโก

การขาด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในนัดนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลเสียหายต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก แผนการสร้างเกมรุกของ คล็อปป์ มักจะมาจากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแบ็กทั้งสองข้างจะต้องเติมขึ้นมีส่วนร่วมตลอด แต่เกมนี้มีค่อนข้างน้อยทีเดียว นักเตะดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีก 3 จาก 5 นัดหลังสุด ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก

เจ้าตัวดูจะเสียความมั่นใจตั้งแต่โดน โอบาเมยอง โยกหลอกและยิงประตูขึ้นนำ เขาเป็นนักเตะที่เสียการครอบครองบอลมากที่สุดในสนาม (3 ครั้ง) เขาเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (62.5%) คล็อปป์ จึงเลือกเปลี่ยนตัวเขาออกและนำ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทนหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและใช้ โจ โกเมซ​เล่นแบ็กขวาแทน อย่างไรก็ตามเจ้าหนูคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น ยังมีเวลาพัฒนาอยู่มาก หลังจากนี้ก็ต้องเก็บนัดนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองต่อไป

6.เจอเซียนดวลจุดโทษ

เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนี้ก็มีดราม่าเล็กๆเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมายิงถึง 3 ประตูใน 2 เกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งเขาลงสนามในนาทีสุดท้ายเพื่อหวังจะให้ทีมใช้ความคมของเจ้าหนูในการดวลจุดโทษ ทว่าเจ้าตัวดันเป็นคนเดียวที่พลาดจุดโทษทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอีกคนที่ได้รับบทเรียนจากเกมนี้

ในขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ถือเป็นเซียนเรื่องการดวลจุดโทษเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านพวกเขาชนะ 8 จากการดวลจุดโทษ 10 ครั้งหลังสุดและเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้แถมยิงทั้ง 5 คนไม่พลาดเลยด้วย

7.สนามนี้ของปืน

เว็บ ทางเข้าฮอลิเดย์ มือถือ บอกว่าช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชัยชนะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยมเท่าไหร่นัก หลังจากชนะแค่เกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุด (ถ้าไม่นับเกมลีก) หมายความว่านับตั้งแต่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศปี 2012 พวกเขาก็ยังไม่ชนะที่ เวมบลีย์ อีกเลย

ในทางกลับกันหากจะเรียกสนามนี้ว่าเป็นรังเหย้าที่สองของ อาร์เซน่อล ก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาชนะ 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่นี่ โดยครั้งสุดท้ายที่ “ปืนใหญ่” พ่ายแพ้ที่เวมบลีย์ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศกับ เบอร์มิ่งแฮม

Tags :

หลังจากกระแสเรียกร้องให้ ดาบิด เด เคอา โดนดร็อปจากการเป็นตัวจริงให้ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด มันรุนแรงขึ้น ล่าสุด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ “ปีศาจแดง” ก็บอกว่าตนไม่ขอยืนยันว่า เด เคอา จะได้เป็นตัวจริงในเกมกับ เวสต์แฮม รึเปล่า พร้อมบอกว่าไม่กลัวที่จะทำการตัดสินใจเรื่องที่มีความสำคัญต่อทีมด้วย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ฟุตบอล  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่รับประกันว่า ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทีมของตนมีคิวเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้

ฟุตบอล

ตำแหน่งตัวจริงของ เด เคอา สั่นคลอนมาพักหนึ่งแล้วหลังจากที่เจ้าตัวเล่นผิดพลาดถี่เกินไปนับตั้งแต่ฤดูกาลก่อน ซึ่งล่าสุดกระแสเรียกร้องให้เขาโดนดร็อป รวมถึงให้ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นตัวจริงแทน เด เคอา ในฤดูกาลหน้า มันก็รุนแรงขึ้นหลังจากที่นายทวารชาวสแปนิชเล่นพลาดในเกม

เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดแพ้ เชลซี 1-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ไม่นานมานี้ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษก็แฉว่า โซลชา

ตัดสินใจที่จะใช้งาน เซร์คิโอ โรเมโร่ นายด่านมือ 2 ในเกมลีก 2 นัดสุดท้ายของซีซั่นนี้ด้วย

ทั้งนี้ ล่าสุด โซลชา โดนถามว่าเขายืนยันได้หรือไม่ว่า เด เคอา จะได้เป็นตัวจริงในเกมกับ เวสต์แฮม ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า “ผมไม่สามารถยืนยันถึงเรื่องนั้นได้ เพราะผมไม่อยากพูดถึงมัน

เรายังมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในฐานะทีมอยู่ เราจะยังมีความสามัคคีกัน และเราจะได้เห็นกันว่าทีมที่จะได้ลงเล่นในคืนวันพุธจะมีใครบ้าง เราเหลือเกมให้เล่นอีก 2 นัด และเราก็กำลังมีสมาธิอยู่กับเกมเหล่านั้น”

“ดาบิด มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งพอที่จะรู้ว่างานของเขาคือต้องซ้อมให้ดีแล้วพร้อมสำหรับเกมที่จะมาถึง ส่วนงานของผมคือเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับเกมกับ เวสต์แฮม

นั่นเป็นสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่ ตอนนี้เราสนใจแต่ประเด็นนั้นเท่านั้น เราจะไม่พูดถึงเรื่องส่วนตัว

เพราะทีมของเราจะไม่มีใครก็ตามที่ต้องรู้สึกว่าเราโยนความกดดันใส่พวกเขา สิ่งที่เราคุยกันจะเป็นความลับระหว่างเราเท่านั้น เรายังมีความสัมพันธ์แบบที่เปิดใจต่อกันอย่างเต็มที่ และนักเตะทุกคนสามารถเชื่อใจผมได้เลยว่าผมจะเก็บความลับเหล่านั้นเอาไว้ได้”

เว็บ ag.viva9988 login บอกว่าทางกุนซือชาวนอร์เวย์บอกด้วยว่าตนไม่กลัวที่จะตัดสินใจทำเรื่องต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อทีมแน่นอน “คุณต้องทำแบบนั้น (การตัดสินใจทำเรื่องสำคัญ) ที่นี่ทุกตำแหน่งมันเป็นตำแหน่งที่สำคัญ

ดังนั้นคุณก็ต้องเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับทีมและสำหรับสโมสร เราจะทำอย่างนั้นในวันพุธ, เราจะทำอย่างนั้นในวันอาทิตย์ (เกมลีกกับ เลสเตอร์ ซิตี้) แล้วหลังจากนั้นเราก็จะทำการตัดสินใจเรื่องต่างๆ มากขึ้นพอฤดูกาลจบลงแล้ว”

Tags :

กระแสข่าวระหว่าง เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ “ปีศาจแดง” กาหัวเขาเป็นเป้าหมายการเสริมทัพเบอร์ 1 โดยลือกันว่า ซานโช่ อยากย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกันด้วย

ตอนแรกทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ดูเหมือนจะมีความหวังน้อยสุดๆ ที่จะปิดดีลได้ เพราะลือกันว่า ดอร์ทมุนด์ อยากได้ข้อเสนอสูงถึง 109 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการขายแข้งวัย 20 ปี ขณะที่ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่พร้อมจ่ายเงินสูงขนาดนั้นแบบก้อนเดียว

ฟุตบอล

อย่างไรก็ตาม ไม่นานมานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูมีความหวังในการล่าตัว ซานโช่ หลังจากที่ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษบอกว่า ดอร์ทมุนด์ พร้อมรับข้อเสนอแบบที่จะได้เงินสดทันทีก่อน 60 ล้านปอนด์ ส่วนที่เหลือให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ใส่เป็นค่าเงื่อนไขต่างๆ ที่จะทำให้สุดท้ายแล้วจำนวนเงินรวมจะเป็น 109 ล้านปอนด์ ซึ่งมันดูไม่น่าจะเป็นข้อเสนอที่ยุ่งยากเกินไปสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ถึงกระนั้น คำถามเกี่ยวกับ ซานโช่ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ตลอดช่วงที่ผ่านมาก็คือถ้าหากดีลนี้เกิดขึ้นได้จริงๆ แล้วล่ะก็ ซานโช่ จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแทนใครในแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันประกอบไปด้วย มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด ? เพราะ ซานโช่ คงไม่ได้เข้ามาเป็นเพียงตัวสำรองแน่ๆ เมื่อพิจารณาถึงการที่คุณภาพของเขาเหนือกว่า 3 แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้อย่างเห็นได้ชั

แน่นอน มองผิวเผินแล้วคนที่ควรจะต้องหลุดจากตัวจริงแบบไร้ข้อโต้แย้งคือ กรีนวู้ด โทษฐานที่เขาเพิ่งมีอายุเพียง 17 ปี จนทำให้ประสบการณ์ยังถือว่าน้อยกว่าคนอื่นๆ

แถมที่จริงแล้วฤดูกาล 2019-20 ก็เพิ่งเป็นซีซั่นแรกที่ กรีนวู้ด ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่องแบบเต็มตัวจนทำให้ฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้ว 47 นัดในทุกรายการ ตรงข้ามกับซีซั่น 2018-19 ที่ได้ลงเล่นไปเพียง 4 เกมจากทุกรายการอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม ถ้ามองถึงเรื่องตำแหน่งและความจำเป็นแล้วนั้น กรีนวู้ด ก็อาจจะควรได้เป็น 1 ใน 3 แนวรุกตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่า แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล

เหมือนกัน เพราะระบบ 4-3-3 ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ชอบใช้ในตอนนี้มันจำเป็นต้องมีกองหน้าตัวเป้าตามธรรมชาติ 1 คน และ กรีนวู้ด คือคนที่เหมาะกับบทบาทนั้นมากกว่า 2 รุ่นพี่ของเขา

โซลชา มักจะชม กรีนวู้ด มาตั้งนานแล้วว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ยอดเยี่ยมมากๆ และซีซั่นนี้แข้งวัย 17 ปีก็พิสูจน์ให้เห็นถึงเรื่องนั้นจากการที่เขามีจังหวะจบสกอร์ที่เฉียบขาดจนทำไปแล้ว 17 ประตู โดยในจำนวนนั้นเกิดขึ้นในเกม พรีเมียร์ลีก 10 ลูกด้วยกัน จริงอยู่ว่าลีลาการกระชากลากเลื้อยและการผ่านบอลของเขายังเป็นรองอีก 2 คน แต่หากจะพูดถึงเรื่องกองหน้าตัวเป้าแล้วล่ะก็ คุณสมบัติแบบนั้นมันก็มีความสำคัญน้อยกว่าการจบสกอร์

เว็บ viva9988 ทาง เข้า บอกว่าจริงอยู่ว่าในฤดูกาล 2019-20 กรีนวู้ด ถูกใช้เป็นตัวริมเส้นฝั่งขวาเป็นส่วนใหญ่ในตอนที่เล่นให้ทีมชุดใหญ่ แต่ตำแหน่งที่เขาถนัดมากที่สุดจริงๆ คือกองหน้าตัวเป้า อย่างฤดูกาล 2018-19 เขาก็สามารถทำปรตูในเกมระดับเยาวชนได้ถึง 26 ลูก จากการลงเล่น 26 นัด หากนับเฉพาะทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชน และแทบทุกประตูเหล่านั้นก็เกิดขึ้นในตอนที่เขาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ไม่ใช่ตัวริมเส้น

 

 

ใช่แล้ว นั่นหมายความว่า แรชฟอร์ด คือคนที่อาจจะควรต้องหลุดจากตำแหน่งตัวจริงมากที่สุด ไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาเป็นคนที่มีความเร็วสูง, มีความพยายามที่ดี, จบสกอร์ได้น่าพึงพอใจ แต่เมื่อเทียบกับภาพรวมของทีมแล้วนั้นเขาก็จำเป็นต้องพัฒนาให้ดีกว่านี้ หากไม่อยากจะเสียตำแหน่งตัวจริงของทีม

Tags :

เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้เวลาประมาณ 3 ปีกว่าๆ เพื่อปรับเปลี่ยนทีม ฟุตบอล ลิเวอร์พูล จากทีมที่ห่างเหินและโหยหาความสำเร็จให้กลายร่างเป็น “เครื่องจักรสีแดงผู้อหังการ”ย้อนกลับไปในฤดูกาลแรกที่คุณพี่เขาเข้ามารับช่วงต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เมื่อเดือนตุลาคม 2015

 ฤดูกาลนั้น (2015-16) ผลงานของทีม ฟุตบอล ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีกยังไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ พลพรรคหงส์แดงจบซีซั่นด้วยอันดับ 8 ของตาราง โดยสะสมได้แค่ 60 แต้มเท่านั้นสิ่งที่น่าสนใจคือพวกเขาสามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยได้ถึง 2 รายการ
ฟุตบอล

ลิเวอร์พูล แพ้ แมนฯ ซิตี้ จากการดวลจุดโทษตัดสินในนัดชิงชนะเลิศ มิคกี้เม้าส์ คัพ ก่อนจะพลาดท่าปราชัย เซบีย่า ในนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก อย่างน่าเสียดาย

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือรูปแบบการเล่นที่กุนซือชาวเยอรมันติดตั้งให้ลูกทีมนี่แหละ

เพราะมันเป็นปรัชญาการเล่นที่ชัดเจน แถมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่ากลัวพอสมควร

นั่นคือวิธีการเล่นแบบ “เพรสซิ่ง” ที่รุมกดดันคู่แข่งในแดนกลางพลางบีบสูงถึงหน้าประตูคู่แข่ง เมื่อแย่งบอลได้ก็จะจู่โจมเข้าใส่ด้วยความรวดเร็วและหนักแน่นทันทีเหมือนแนวเพลงที่กุนซือกะโปกเหล็ก เอ๊ย! กะโหลกเหล็กของพวกเขาชื่นชอบ – เฮฟวี่ เมทั่ล

    หลังการศึกที่บาเซิ่ล อดีตกุนซือปีศาจแดงอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หล่นทัศนะถึงความพ่ายแพ้ของหงส์แดงเอาไว้อย่างน่าสนใจว่าไม่มีทีมใดในโลกนี้ที่จะ “เพรสซิ่ง” ไปได้ตลอดฤดูกาล เนื่องเพราะมันต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลมากเกินไป

ฤดูกาลต่อมา (2016-17) คือฤดูกาลแรกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้คุมทีมแบบเต็มตัว

ก่อนเปิดฤดูกาล พี่แกกระชากนักเตะใหม่อย่าง มาร์โค กรูยิช, ซาดิโอ มาเน่, โฌแอล มาติป, ลอลิส คาริอุส, รักนาร์ คลาวาน และ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม เข้ามาเสริมทัพ ด้วยค่าตัวรวมกันประมาณ 73 ล้านปอนด์

อาการของ ลิเวอร์พูล กระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จาก 60 แต้มในฤดูกาลก่อน ลิเวอร์พูล จากการทำงานแบบฟูลไทม์ของมิสเตอร์เจเคพุ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 4 โดยสะสมได้ 76 แต้ม

ลิเวอร์พูล สะสมคะแนนในพรีเมียร์ลีกมากกว่าเดิมถึง 16 แต้ม อันดับก็ดีขึ้นแบบเขย่งก้าวกระโดด โดยดีดตัวขึ้นจากอันดับที่ 8 มาอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางจนได้กลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง

ฤดูกาล 2017-18 เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปกระชาก โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ มาร่วมทีมในราคาเพียงแค่ 34 ล้านปอนด์ แล้วก็ได้ความมหัศจรรย์ของดาวเตะสายพันธุ์มัมมี่ผู้นี้แหละช่วยกระทุ้งตาข่ายแหลกลาญถึง 32 ประตูในพรีเมียร์ลีก

ถึงจะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของตารางอีกครั้ง โดยสะสมได้ 75 แต้ม แต่การทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จอย่างอุกอาจ มันบ่งถึงสัญญาณอะไรบางอย่าง

แม้นจะเสียหลักพุ่งชนความปราชัยในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในความเจ็บปวดและผิดหวัง เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้รับบทเรียนอันล้ำค่า เพราะความพ่ายแพ้ในการศึกครั้งนั้นที่ ยูเครน ช่วยให้ผู้เป็นกุนซือมองเห็น “จุดอ่อน” ของทีมตัวเองอย่างคมชัดในระบบฟูลเอชดีเลยทีเดียว

นั่นคือ…เกมรับ

กองหลังของหงส์แดงแสดงความผิดพลาดจนเป็นเหตุให้เสียประตูง่ายๆ บ่อยครั้ง เฉพาะอย่างยิ่งผู้รักษาประตูอย่าง ลอลิส คาริอุส ที่ไม่เพียงแต่จะตรงเป็นตุง บางอารมณ์พี่แกยังแสดงจิตใจที่โอบอ้อมอารีด้วยการประเคนประตูให้คู่แข่งแบบไม่มีเหตุผล และไม่ต้องการความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น

บางที เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจนึกถึงคำพูดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มหากุนซือที่พี่แกเคารพและนับถือเป็นการส่วนตัวอันเป็นสัจธรรมที่เรียบง่ายแบบนิกายเซน

‘มีปัญหาตรงจุดไหนก็แก้ตรงจุดนั้น’

ว่าแล้วพี่แกก็นำเงินก้อนใหญ่ที่ได้จากการขาย ฟิลิเป้ คูตินโญ่ มาบูรณะเกมรับด้วยผู้เล่นใหม่ 2 ตำแหน่งอย่างที่ทราบกันดีนั่นแหละ

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ อลิสซง เบ็คเกอร์

    นี่คือกุญแจสำคัญ 3 ประการสู่ความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล จากการทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์

ฤดูกาลที่เพิ่งผ่านพ้น ผู้เล่นใหม่ที่ขายวิญญาณให้ปีศาจแดงในยุคของกุนซือไวกิ้งถือว่า “สอบผ่าน” มากกว่า “สอบตก” นะครับ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่ามากกว่าตอนที่ หลุยส์ ฟาน กัล กับ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีม

รูปแบบและปรัชญาการเล่นก็มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี่แหละ แม้จะไม่ดุดันและหนักแน่นเหมือน ลิเวอร์พูล อย่างน้อยก็เป็นรูปเป็นทรงมากกว่าเดิม

ส่วนปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยปัจจุบัน มันก็ยังอยู่ที่เกมรับนั่นแหละ พวกเขาอาจเสียประตูน้อยลงก็จริง ทว่าประตูที่ถูกคู่แข่งแย่งไปส่วนใหญ่เกิดจากความผิดพลาดของตัวเองทั้งนั้น

ขนาดของทีมก็ยังไม่ยาวและใหญ่เพียงพอ คุณภาพระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองยังมีความเหลื่อมล้ำ

สารภาพตามตรงว่าผมยังไม่ค่อยเชื่อมือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สักเท่าไหร่ ขณะเดียวกับที่เข้าใจว่าของแบบนี้มันต้องใช้เวลาในการก่อร่างสร้างตัวอย่างใจเย็น – ฤดูกาลนี้ถือว่าน้าลูกอมสอบผ่านอย่างฉิวเฉียด และสมควรได้ไปต่อ

เว็บ วิธีเล่น holiday palace เผยว่าทันใดก็ให้นึกถึงตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตำแหน่ง “รองแชมป์” พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2017-18 แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ทำเรื่องขอดาวเตะใหม่ เพื่อมาต่อยอด ทว่ากลับไม่ได้รับการตอบสนองจากเบื้องบนที่คงไม่ค่อยรู้เรื่องเกมลูกหนังสักเท่าไหร่

Tags :

แม้จะยังคงอยู่ในอันดับที่ 5 ของตาราง แต่ตอนนี้ทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของตัวเอง โดยไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจนะครับคือหากชนะในอีก 4 นัดที่เหลือได้สำเร็จ พวกเขาติด 1 ใน 4 อันดับแรกของตารางอย่างแน่นอนเพราะเกมสุดท้ายมีอันต้องตัดกันเองกับจิ้งจอกสยามนี่แหละ

ถ้าถามคำถามนี้ เมื่อตอนพรีเมียร์ลีกกำลังจะ “รี-สตาร์ท” กลับเป็นนัดแรก หลังจากเว้นวรรคหนีโรคระบาดไปนานกว่า 3 เดือน ผมตอบว่า 50-50 เหตุเพราะตอนนั้น พลพรรคปีศาจแดงตามหลัง เชลซี อยู่ 3 แต้ม แถมตามหลัง เลสเตอร์ อยู่ถึง 8 แต้ม แม้โปรแกรมที่เหลือของทีม ฟุตบอล แมนฯ ยูไนเต็ด จะเบากว่าก็ตาม

 

ฟุตบอล

 

2 เกมนี้มีความเป็นไปได้พอสมควรที่ เชลซี จะกักตุน 6 แต้มเต็มๆ เข้ากระเป๋า ก่อนเกมที่ 37 ของฤดูกาลต้องยกพลไปเยือน แอนฟิลด์ ในวันที่ ลิเวอร์พูล มีพิธีรับโทรฟี่แชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี – โอกาสสะดุดมีสูง

หากพลพรรคจิ้งจองสยามเร่งเครื่องกลับมากะซวกชัยชนะติดต่อกันได้อีกครั้ง มันก็มีโอกาสสูงมากที่ เลสเตอร์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องมาตัดสินชะตากันในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งแทบไม่ต่างจากนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยที่มีตั๋วเดินทางไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเดิมพัน

ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในความมั่นใจแบบเต็มประดา หลังมีชัยในพรีเมียร์ลีก 4 เกมติดต่อกัน โดยเอาชนะคู่แข่งด้วยระยะห่าง 3 ประตู ทั้ง 4 นัด โดยกระหน่ำไป 14 ประตู

อืมมมมม…เล่นมาตั้งนาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งมาค้นพบทีมที่เหมาะสมและลงตัวที่สุด แล้วบรรจงใช้ผู้เล่น 11 ตัวจริงชุดเดิมอย่างต่อเนื่องมา 4 เกมติดต่อกัน

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ระเบิดฟอร์มสยดสยอง

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็สามารถทำลายตาข่ายได้อย่างต่อเนื่อง

เนมานย่า มาติช กลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้งพลางยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างถาวร

ปอล ป็อกบา ก็เริงระบำบนฟลอร์หญ้าอย่างมีความสุขและเสียวซ่าน

มิหนำยังมีอาวุธทำลายล้างคนใหม่ที่โผล่ขึ้นมาได้ถูกที่ถูกเวลาเหลือเกินอย่าง เมสัน กรีนวู๊ด

เกมรุกของปีศาจแดงและนาทีนี้จึงทรงอานุภาพยิ่งนัก แถมผู้ตัดสินกับ VAR ยังเป็นใจชอบแจก ‘จุดโทษ’ ให้ด้วยนะ อิอิอิ

ว่าแล้วขอวอนผู้ตัดสินว่ากรุณาอย่าแจกจุดโทษให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มากนักเลยครับ ต่อให้มันจะแจ้งก็แกล้งๆ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่บ้างก็ได้ เพราะแจกจุดโทษทีไร พวกพี่ๆ เขาก็ลงไปชักดิ้นชักงอจะเป็นจะตายกันเสียให้ได้ ขอบอกว่าน่ากลัวมาก ทีมตัวเองได้ประโยชน์ทำเป็นยักไหล่ ใครแย้งก็ไม่ได้ เพราะโดนทัวร์ลงแน่

พอทีมอื่นได้ประโยชน์บ้างเท่านั้นแหละ ต่อมรักความยุติธรรมมันจะแตกโบ๊ะขึ้นมาทันที

คำถามคือกุนซือเบบี้เฟซจะตะบี้ตะบันใช้ผู้เล่นชุดเดิมไปได้ตลอดหรือไม่ ???

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าจะใช้ต่อเนื่องไปอีกกี่นัด เพราะอะไรที่ใช้อย่างต่อเนื่องไปนานๆ มันก็ย่อมสึกหลอเป็นธรรมดา แต่ถ้าไม่บาดเจ็บหรือไม่อ่อนล้า โดยทุกคนโชว์ฟอร์มได้ตามมาตรฐาน มันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรอยู่แล้ว

กุญแจสำคัญอยู่ที่ “บรูโน่” นี่แหละครับ เพราะเขาสถาปนาตัวเองเป็นผู้เล่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไปไม่ได้ซะแล้ว หากเกมไหนไม่ได้ลงสนาม ขอบอกเลยว่ามีปัญหาแน่

ดังฉะนั้นต้องประคบประหงมประดุจไข่ในหิน

ในส่วนของเกมรับ

นับตั้งแต่พรีเมียร์ลีก “รี-สตาร์ท” กลับมา 5 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด เสียประตูในพรีเมียร์ลีกไปแค่ 3 ลูกเท่านั้น

เฉลี่ยต่อ 1 นัด เสียไม่ถึง 1 ประตู

ดูเผินๆ เหมือนจะเหนียวแน่นและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

เพียงแต่หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียด คุณจะพบว่าทั้ง 3 ประตูที่เสียให้คู่แข่งเกิดจากความผิดพลาดของตัวเองทั้งสิ้น

ประตูที่เสียให้คลับไก่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปล่อยให้คู่แข่งกระชากหนีตัวเองเข้าไปตะบันอย่างง่ายดาย ขณะที่นายทวารอย่าง ดาบิด เด เคอา ก็ถูกตราหน้าจากนักวิจารณ์ปากไฟจิ๋มนรกบางคนว่าต้องรับผิดชอบด้วยการโบกแท็กซี่กลับแมนเชสเตอร์เอง

2 ประตูที่โดนทีมท้ายตารางอย่าง บอร์นมัธ แย่งไปก็เช่นกัน

ประตูแรก ปราการหลังค่าตัว 85 ล้านปอนด์เข้าบอลทะเล่อทะล่าจนถูกคู่แข่งแตะบอลรอดหว่างขา ขณะที่ ดาบิด เด เคอา ก็ปิดมุมเสาแรกไม่มิดซะอย่างนั้น

ประตูที่ 2 เนมานย่า มาติช เบิ้ลคืนหลังไม่ค่อยดี บอลลอยโด่งจนเพื่อนเล่นยาก เอริก ไบยี่ พยายามพักอกแต่ดันยกต้นแขนขึ้นมาช่วยประคอง

ผลคือผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ ทั้งที่ดูยังไงก็ไม่ได้แฮนด์บอล เจตนาคือพักอกชัดเจน แถมบอลยังไม่เข้าเขตโทษอีกตะหาก

คิดแล้วก็น่าน้อยใจ ทำไมเวลาเสียประโยชน์ โดนจุดโทษแบบไม่เคลียร์กลับไม่มีใครพูดถึงบ้าง

ตรงกันข้าม ถ้าได้จุดโทษในลักษณะนี้บ้าง มันจะแด๊นซ์ฟีเวอร์กันจนฝุ่นตลบเลยทีเดียว

เห็นไหมครับว่าทั้ง 3 ประตูมาจากความผิดพลาดส่วนบุคคลล้วนๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แก้ไม่หายนะครับ

เว็บ ทางเข้าเอเย่น ฮอลิเดย์ บอกว่ายังดีที่เกมรุกอันทรงประสิทธิ์ภาพ บวกจุดโทษปริศนาสามารถทดแทนความผิดพลาดในเกมรับของตนเองเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

ว่าแล้วก็น่าเสียดายที่พรีเมียร์ลีกเหลือแค่ 4 เกมเอง

 เพราะหากเหลือมากกว่า ฟอร์มการเล่นแบบนี้ กู เอ๊ย! ผมนี่หวังสูงถึง ‘รองแชมป์’ เลยนะ อิอิ

Tags :

ข่าวคราวตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา อาจไม่มีอะไรฮือฮามาก แต่ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับแข้งเป้าหมายของทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง จู้ด เบลลิงแฮม รวมถึงการพยายามคว้าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ ยอดปราการหลัง นาโปลี ของ ลิเวอร์พูล ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น มาหาคำตอบจากข้างล่างนี้กันได้เลย

จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางดาวรุ่งวัย 16 ปี ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ หักอก ทีม ฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี โดยเตรียมปิดดีลโยกซบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ราคา 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 780 ล้านบาท) (ESPN)

ฟุตบอล

โธมัส เมอนิเย่ร์ แบ็กขวาทีมชาติเบลเยียม ตกลงย้ายซบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสัญญา 4 ปี เรียบร้อย โดยเจ้าตัวจะโยกร่วมก๊วน “เสือเหลือง” ทันทีที่หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังสิ้นเดือนนี้ (Bild)

– อาร์เซน่อล กำลังพิจารณาคว้าตัว โจ ฮาร์ท นายทวารอดีตทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทัพ หลังจากที่โกลมือหนึ่งอย่าง แบร์นด์ เลโน่ เจ็บหนักที่หัวเข่าขวา จนอาจจะต้องพักแข้งยาว โดย ฮาร์ท กำลังจะหมดสัญญากับ เบิร์นลี่ย์ หลังสิ้นเดือนนี้ (Express)

– ยูเวนตุส พร้อมออกล่าตัว ราอูล ฮิเมเนซ หัวหอกร่างใหญ่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาเสริมแนวรุก แต่ “หมาป่า” ตั้งค่าหัว ดาวยิงทีมชาติเม็กซิโกวัย 29 ปี ไว้สูงถึง 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) (AS)

– “ม้าลาย” ยินดีใช้ ดานิเอเล่ รูกานี่ และ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ สองแข้งทีมชาติอิตาลี เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อตัว ราอูล ฮิเมเนซ จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Tuttosport)

– ยูเวนตุส กับ บาร์เซโลน่า ได้บรรลุข้อตกลงแลกตัวนักเตะระหว่าง มิราเล็ม ปานิช กองกลางจอมปั่นฟรีคิก กับ อาร์ตูร์ เมเล่ มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนน เป็นที่เรียบร้อย (La Repubblica)

– เชลซี เล็ง เลย์แว็ง กูร์กซาว่า ฟูลแบ็ก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นทางเลือกสำรอง หากพลาดได้ตัวเป้าหมายหลักอย่าง เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ (Express)

– บาเยิร์น มิวนิค เตรียมทาบซื้อ ลีรอย ซาเน่ ปีกความเร็วสูงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกรอบ ที่วงเงิน 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,260 ล้านบาท) หลังจากที่ข้อเสนอ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,170 ล้านบาท) ถูก “เรือใบสีฟ้า” ปัดทิ้งไปเรียบร้อย (Evening Standard)

– บาร์เซโลน่า ลดค่าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน (ปัจจุบันอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค แบบสัญญายืมตัว) ลงอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดพร้อมพิจารณาขาย “คูตี้” ที่ราคา 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) (Diario Sport)

– นาโปลี ปฏิเสธข้อเสนอเงินจำนวน 58 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,262 ล้านบาท) ที่ ลิเวอร์พูล ยื่้นมาขอซื้อ คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งทีมชาติเซเนกัล เรียบร้อย โดย “อัซซูร์ร่า” ต้องการขายที่ราคา 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,510 ล้านบาท) เท่านั้น (Corriere Dello Sport)

อาแอส โรม่า เล็งที่จะคว้าตัว ยาน แฟร์ต็องเก้น ปราการหลังทีมชาติเบลเยียม ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส หลังจบฤดูกาลนี้ มาร่วมทีมแบบฟรีๆ โดยได้ยื่นข้อเสนอสัญญา 2 ปี ให้นักเตะพิจารณาเรียบร้อย ( Il Messaggero)

เฟเนร์บาห์เช่ ตั้งเป้าที่จะคว้าตัว เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ดาวดังของ อาร์เซน่อล มาร่วมทีมให้ได้ โดยวางแผนตั้งแคมเปญระดมทุนจากแฟนบอล (Fotospor)

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงสัญญาส่วนตัวกับ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดส กองหลังชาวฝรั่งเศสของ บาเยิร์น มิวนิค เต็มที (Foot Mercato)

นีซ จ่อปิดดีลคว้าตัว มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน กองกลางเฟร้นช์แมนของ เอฟเวอร์ตัน เต็มที หลังจากที่ตัวนักเตะผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อย (Sky Sports)

เว็บ เล่นholiday มือถือ บอกว่างานนี้ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีความสนใจที่จะคว้าตัว คิม มิน-แจ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติเกาหลีใต้ของ ปักกิ่ง กั๋วอัน มาเสริมแนวรับ โดยก่อนหน้านี้ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวอยากได้ตัวเช่นกัน (HITC)

Tags :

ผมสามารถตอบได้แบบไม่ต้องคิดมาก ขัดเขิน หรือกระดากรูปากว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ นี่แหละในสายตาของผม พี่เขาจัดเป็นเซ็นเตอร์แบ็คที่ครบเครื่อง มีทั้งลูก “บุ๋น” และ “บู๊” อยู่ในร่างเดียวกันแบบ ทู อิน วันสมัยก่อนตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คในแบบสากล หมายความว่ายกเว้นของทีม ฟุตบอล อังกฤษ จะสามารถแยกย่อยบทบาทออกเป็น “สต๊อปเปอร์” กับ “สวีปเปอร์” ไม่ว่าจะในระบบ “แบ็คโฟร์” หรือ “หลังสาม”

เฉพาะอย่างยิ่งในระบบการเล่นแบบ 3-5-2 ของ เยอรมัน ที่จะต้องมีกองหลังในตำแหน่ง “สวีปเปอร์” หรือ “ลิเบอโร่” ที่เป็นเหมือนผู้บัญชาการทัพที่ใช้มันสมองในการอ่านเกม แล้วดักจังหวะ โดยได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปเติมเกม ฟุตบอล รุกได้อย่างอิสระ

ฟุตบอล

เมื่อนึกถึง “ลิเบอโร่” อันดับหนึ่งตลอดกาลของโลกนี้และดาวอังคาร ผมนึกถึง ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ ที่เปรียบเสมือน “ต้นแบบ” ให้นักเตะสายพันธุ์อินทรีโลหะรุ่นต่อๆ มาอย่าง โลธาร์ มัทเธอุส, สเตฟาน เอฟเฟ่นแบร์ก และมัทธิอัส ซามเมอร์ เจริญรอยตาม ซึ่งจะสังเกตได้ว่าสุดยอดของผู้เล่นตำแหน่งนี้ล้วนเคยเป็นมิดฟิลด์มาก่อน

ตอนที่ดาวเตะดัตช์เจ้าของสมญา “งูเก็งก็อง” เลื้อยตูด จากกัลโช่ เซเรีย อา มาค้าแข้งให้ เชลซี ในพรีเมียร์ลีกใหม่ๆ ก็สวมตำแหน่งนี้ ด้วยเป็นความต้องการของตัวเองซะด้วย คืออยากเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหลังดูบ้างก็เลยยื่นคำขอต่อผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ และนาทีนั้นอย่าง เกล็น ฮ็อดเดิ้ล

รุด กุลลิท เป็นของอดีตกองหน้า – มิดฟิลด์ตัวรุก แถมยังเคยเล่นเป็นปีกขวาอีกต่างหาก เขาเข้ามาสวมบท “สวีปเปอร์” ให้ เชลซี ในระบบ 3-5-2 พลางโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้นจนกลายเป็นสิ่งแปลกใหม่ในพรีเมียร์ลีก

สำหรับ “สต๊อปเปอร์”

หน้าที่ของกองหลังในตำแหน่งนี้คือการเข้าปะทะและอัดกระหน่ำคู่แข่งด้วยความหนักหน่วง เรียกว่าเป็น “ตัวชน” บางครั้งก็ต้องทำหน้าที่ตามประกบกองหน้าคู่แข่งแบบไปไหนไปด้วย เพื่อช่วยให้งานของ “สวีปเปอร์” ง่ายขึ้น

ขณะที่แผงแบ็คโฟร์แบบฟุตบอลอังกฤษขนานแท้และดั้งเดิมจวบจนกระทั่งยุคปัจจุบันจะยืนเรียงกันเป็นหน้ากระดาน ไม่ได้แบ่งหน้าที่แบบเฉพาะเจาะจงว่าใครเป็น “สต๊อปเปอร์” ใครเป็น “สวีปเปอร์” มันขึ้นอยู่กับจังหวะและสถานการณ์เฉพาะหน้าซะมากกว่า

    สไตล์การเล่นของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เหมือนเอากองหลังในตำแหน่ง “สต๊อปเปอร์” กับ “สวีปเปอร์” มาเล่นฟัคกลิ้งเลิฟกันอย่างเมามันแล้วคลอดลูกออกมาเป็นตัวเขานี่แหละ

บางครั้งเราจะเห็นว่าชิงจังหวะเข้าบอลพลางอัดคู่แข่งด้วยความหนักหน่วงแบบ “สต๊อปเปอร์” บางครั้งเขาจะใช้การอ่านเกมแล้วตัดบอล หรือเมื่อเผชิญหน้ากับคู่แข่งแบบ 1 ต่อ 1 จะใช้การ “ดีเลย์” เพื่อชะลอความเร็วแล้วหาจังหวะสกัดแบบไม่พรวดพราด

ทีนี้ถามว่า…แล้วทำไม เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ถึงถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เนมานย่า วิดิช ทั้งที่จะว่าไป ปราการหลังเจ้าของสมญา “เซอร์บิเนเตอร์” ไม่ใช่กองหลังยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งตลอดกาลของ แมนฯ ยูไนเต็ด สักหน่อย

เซ็นเตอร์แบ็คอันดับหนึ่งตลอดกาลของทีมปีศาจแดงที่มีการจัดอันดับกันมาคือ ริโอ เฟอร์ดินานด์

ดังนั้นถ้าจะเทียบกันจริงๆ ว่าใครเก่งกว่าก็ควรจะเอา ริโอ เฟอร์ดินานด์ ไปเทียบซะมากกว่า

ไม่ใช่ เนมานย่า วิดิช !!!

เข้าใจว่าน่าจะเพราะบุคลิกและลักษณะการเล่นอันดุดันคล้ายๆ กันนั่นประการหนึ่ง

สำหรับ เนมานย่า วิดิช ด้วยสไตล์การเล่นในจังหวะโลหะมรณะภาพ เขาคือ “ตัวชน” ที่ให้อารมณ์และความรู้สึกของ “สต๊อปเปอร์” มากกว่า ‘สวีปเปอร์’

โทษฐานที่เป็นกองหลังประเภท “ตัวชน” เขาคือหนึ่งในตองอูแบบไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน เพียงแต่ค่าพลังจะพุ่งทะยานถึงขีดสุดก็ต่อเมื่อเข้าคู่กับกองหลังอีกคนที่มากด้วยชั้นเชิง

ริโอ เฟอร์ดินานด์ นั่นแหละ

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้ชื่อว่าเป็นกองหลังสายคลาสสิกที่กางเกงไม่เคยเปื้อนจนทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ขี้เกียจ และไม่ค่อยทุ่มเท แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่เชิง

เพราะกองหลังที่กางเกงไม่เปื้อนหมายถึงสุดยอดกองหลังต่างหาก เนื่องเพราะคุณไม่จำเป็นต้องใช้เรี่ยวแรงหรือพละกำลังในการเล่น โดยอาศัยมันสมองในการอ่านเกมแล้วดักสกัด

กองหลังที่มีความงามสง่าไม่ควรจะต้องล้มลุกคลุกคลาน เพราะหากคุณอ่านเกมขาดก็ไม่จำเป็นต้องพุ่งเข้าเสียบ หรือทะยานเข้าสไลด์ใส่คู่แข่งให้เปลืองแรง

แค่อ่านทางบอลแล้วขยับไปดักแบบเหนือๆ ก็พอ

การจับคู่กันระหว่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ เนมานย่า วิดิช ก็เหมือน “หยิน-หยาง” ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวยิ่งนัก หลักฐานคือเกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2007-8 และ 2008-09 ที่เหนียวแน่นและแข็งแกร่งยิ่งนัก ด้วยการเสียแค่ 22 ประตู และ 24 ประตูในพรีเมียร์ลีก

บางทีอาจเพราะตอนนั้น วันที่โลกของเรายังไม่ถูกครอบงำด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค เหมือนปัจจุบัน – เนมานย่า วิดิช เลยไม่ค่อยได้รับการยกย่องและเชิดชูอย่างเหนือดุจเทวดาเหมือน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในตอนนี้ สถิติอันสุดยอดของเขาในอดีตจึงถูกขุดมาข่มปราการหลังของหงส์แดงโดยเฉพาะ

สถิติตัวเลขที่ถูกบันทึกเอาไว้มีความสำคัญเหมือนกันนะครับ เพราะมันช่วยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งคุณผู้ชมทางบ้านอาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

แต่บางครั้งสถิติ มันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขที่ไม่ได้บ่งพอๆ กับไม่ได้บอกว่าคุณเป็นผู้เล่นที่เหนือกว่าคนนั้นคนนี้

มิเช่นนั้น ไตตัส บรัมเบิ้ล ของ นิวคาสเซิ่ล ก็คงเป็นปราการหลังระดับอ๋อง เพราะบางฤดูกาลเขามีสถิติการเข้าสกัด – การแย่งบอล – การเข้าปะทะ หรือชนะในการดวลลูกกลางอากาศที่สุดยอดเช่นกัน

    บางทีเขาอาจเหนือกว่าปราการหลังระดับตำนานแห่งพรีเมียร์ลีกอีกหลายๆ คน ยกตัวอย่างเช่น จอห์น เทอร์รี่, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่, โทนี่ อดัมส์, โซล แคมป์เบลล์, ยาป สตัม หรือ แว็งซองต์ ก็องปานี ด้วยซ้ำ

ด้วยความเป็นผู้เล่นสายพันธุ์กังหันลมจากฮอลแลนด์ สังเกตได้ว่ากองหลังจากประเทศนี้มักจะมีจุดเด่นในการเล่นเกมรุก

หลักฐานสำคัญคือสถิติการถล่มตาข่ายของอดีตกองหลังทีมชาติฮอลแลนด์อย่าง โรนัลด์ คูมัน คือ 239 ประตูซึ่งประตูมากมายที่ยิงได้นั้นไม่ได้มาจากฟรีคิกอย่างเดียว มันมาจากการเติมขึ้นไปยิงประตูในแบบ “โอเพ่นเพลย์” ด้วย

แล้วทราบไหมครับว่าใครคือผู้ที่กระชาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ให้มาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก ???

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่เล่นเกมรุกได้ด้วย บ่อยครั้งที่ขยับขึ้นไปเล่นเหมือนเป็นมิดฟิลด์อีกคนในแดนกลาง แถมจุดเด่นอีกอย่างคือการทำขึ้นไปประตูด้วยลูกโหม่ง ถึงตอนนี้เขาทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 11 ลูก ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 12 ฤดูกาล ทำได้เพียงแค่ 8 ประตูเท่านั้น ส่วน เนมานย่า วิดิช อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด 9 ฤดูกาล ทำได้ 21 ประตู

แต่สิ่งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นเหมือน ริโอ เฟอร์ดินานด์ เหมือน เนมานย่า วิดิช หรือเหมือน จอห์น เทอร์รี่ คือการยืนระยะรักษามาตรฐานความยอดเยี่ยมของตัวเองเอาไว้แบบยาวๆ ไม่ใช่เปรี้ยงปร้างเพียงแค่ประเดี๋ยวประด๋าว

เว็บ เล่น holiday palace ผ่าน iphone บอกว่าอย่างไรก็ตามมันก็มีแนวโน้มสูงเช่นกันที่จะเป็นแบบนั้น แม้ตอนนี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังไม่ใช่ปราการหลังอันดับหนึ่งตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกก็ตาม

ว่าแล้วก็นึกถึงตอนที่ยังเป็นผู้เล่นของ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่แทบมองไม่เห็นวี่แววของกองหลังระดับโลกเหมือนในตอนนี้เลยนะครับ

 

Tags :